Click to Messenger คืออะไร? วิธีทำโฆษณาให้ลูกค้ากดแล้วทักแชท
Click to Messenger คือโฆษณาที่กดแล้วเข้าแชท Messenger ดูวิธีเลือกเป้าหมาย ตั้งข้อความ วัดราคาต่อแชท และแก้ปัญหาแชทเยอะแต่ขายไม่ได้
Click to Messenger คืออะไร? วิธีทำโฆษณาให้ลูกค้ากดแล้วทักแชท
ร้านขายเสื้อผ้าลงโฆษณาพาคนไปหน้าเว็บ แต่ลูกค้ายังต้องกลับมาถามใน Messenger ว่าไซซ์นี้เหลือไหม ส่งวันไหน และเปลี่ยนได้หรือเปล่า เส้นทางเลยวกไปมา ทั้งที่จุดปิดการขายจริงอยู่ในแชทตั้งแต่แรก
Click to Messenger ช่วยย่นเส้นทางนี้ครับ ลูกค้าเห็นโฆษณาบน Facebook หรือ Instagram แล้วกดเข้าสู่บทสนทนากับเพจใน Messenger ได้โดยตรง ร้านจึงเริ่มตอบคำถาม คัดกรองความต้องการ และพาไปสู่การสั่งซื้อได้ในช่องทางเดียว
บทความนี้อธิบายตั้งแต่รูปแบบโฆษณา วิธีเลือกเป้าหมาย การเตรียมข้อความ ไปจนถึงการวัดผลให้พ้นจากกับดัก “แชทเยอะแต่ขายไม่ได้” โดยยึดแนวทางปัจจุบันจาก Meta และหลีกเลี่ยงการล็อกชื่อเมนูที่อาจเปลี่ยนตามบัญชีครับ
TL;DR
- Click to Messenger คือโฆษณาที่พาคนจาก Facebook หรือ Instagram เข้าแชท Messenger กับธุรกิจโดยตรง
- เหมาะกับสินค้าหรือบริการที่ลูกค้าต้องถามรายละเอียดก่อนตัดสินใจ และร้านมีคนพร้อมรับช่วงการสนทนา
- ใน Ads Manager ให้เลือกวัตถุประสงค์ตามผลลัพธ์ทางธุรกิจ แล้วกำหนดตำแหน่งการเปลี่ยนเป็นลูกค้าเป็นแอปรับส่งข้อความและเลือก Messenger ชื่อเมนูย่อยอาจต่างกันตามบัญชี
- อย่าดูแค่จำนวนแชทหรือราคาต่อแชท ต้องดูต่อถึงคุณภาพบทสนทนา อัตราปิดการขาย และกำไรหลังหักค่าโฆษณา
- ข้อความต้อนรับ คำถามเริ่มต้น และความเร็วในการตอบ มีผลต่อคุณภาพของเส้นทางหลังลูกค้ากดโฆษณา
Click to Messenger คืออะไร และต่างจาก Click to Message อย่างไร?
Meta ใช้คำรวมว่า ads that click to message สำหรับโฆษณาที่กดแล้วพาคนเข้าสู่แอปรับส่งข้อความ โดยปลายทางอาจเป็น Messenger, Instagram Direct หรือ WhatsApp ธุรกิจเลือกแอปเดียวหรือหลายแอปก็ได้ตามตัวเลือกที่บัญชีรองรับ
ส่วน Click to Messenger คือรูปแบบย่อยที่เลือก Messenger เป็นปลายทาง ลูกค้าจะเห็นโฆษณาบนตำแหน่งที่รองรับ เช่น ฟีด สตอรี่ หรือรีล แล้วกดปุ่มส่งข้อความเพื่อเปิดบทสนทนากับธุรกิจ
คำว่า “แอดทักแชท” ที่คนทำโฆษณาไทยใช้กันจึงกว้างกว่า Click to Messenger เล็กน้อย เพราะอาจหมายถึงโฆษณาที่พาไป Instagram Direct หรือ WhatsApp ด้วย เวลาอ่านผลหรือส่งงานให้ทีม ควรระบุปลายทางให้ชัด เช่น “แคมเปญ Messenger” แทนการเรียกรวมจนไม่รู้ว่าแชทเข้าที่ไหนครับ
อีกเรื่องที่ควรแยกให้ออกคือ โฆษณาใน Messenger กับ โฆษณาที่คลิกไป Messenger แบบแรกพูดถึงตำแหน่งที่โฆษณาปรากฏ ส่วนแบบหลังพูดถึงปลายทางหลังคลิก บทความนี้เน้นแบบหลังครับ
Click to Messenger เหมาะกับร้านแบบไหน?
รูปแบบนี้เข้ากับธุรกิจที่บทสนทนาช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจง่ายขึ้น โดยเฉพาะกรณีเหล่านี้
สินค้ามีตัวเลือกหรือเงื่อนไขที่ต้องถามก่อนซื้อ
เสื้อผ้ามีไซซ์ อาหารเสริมมีข้อควรระวัง งานสั่งทำต้องประเมินราคา หรือบริการต้องเช็กวันว่าง ลูกค้ามักยังไม่พร้อมกดซื้อทันที การเปิดแชทช่วยให้ร้านตอบข้อสงสัยเฉพาะคนได้
ร้านมีแอดมินที่ตอบและพาบทสนทนาไปต่อได้
โฆษณาส่งคนมาถึงกล่องข้อความได้ แต่ปิดการขายแทนแอดมินไม่ได้ ถ้าไม่มีคนตอบ ไม่มีข้อมูลสินค้า หรือปล่อยลูกค้ารอนาน งบจะกลายเป็นแชทค้างแทนยอดขาย
ร้านต้องการคัดกรองลูกค้าเป้าหมายในบทสนทนา
ธุรกิจบริการอาจถามพื้นที่ งบประมาณ ช่วงเวลาที่ต้องการ หรือปัญหาหลักก่อนส่งต่อให้ฝ่ายขาย Meta มีรูปแบบโฆษณาสำหรับลูกค้าเป้าหมายที่คลิกไปแชท ซึ่งรองรับคำถามอัตโนมัติเพื่อเก็บข้อมูลและคัดกรองเบื้องต้น
ในทางกลับกัน ถ้าสินค้ามาตรฐาน ราคาไม่ซับซ้อน เว็บไซต์โหลดเร็ว และลูกค้ากดชำระเงินเองได้ดีอยู่แล้ว แคมเปญที่มุ่งยอดซื้อบนเว็บไซต์อาจเหมาะกว่า จุดตัดสินใจจึงอยู่ที่ว่า “ลูกค้าต้องคุยก่อนซื้อไหม” และ “ร้านรับช่วงแชทได้ดีแค่ไหน” ครับ
โฆษณา Click to Messenger ทำงานอย่างไรตั้งแต่เห็นจนเริ่มคุย?
เส้นทางของลูกค้าสั้น แต่มีจุดที่ร้านต้องออกแบบอยู่หลายช่วง
1. Meta ส่งโฆษณาไปยังคนที่มีแนวโน้มทำผลลัพธ์ตามที่เลือก
Ads Manager ไม่ได้มองเฉพาะรูปภาพหรือกลุ่มความสนใจ ระบบใช้วัตถุประสงค์ ตำแหน่งการเปลี่ยนเป็นลูกค้า และเป้าหมายประสิทธิภาพที่ร้านกำหนด เพื่อหาคนที่มีแนวโน้มทำพฤติกรรมนั้น
ถ้าเป้าหมายคือเริ่มบทสนทนา ควรเลือกการตั้งค่าที่มุ่งการสนทนา ไม่ควรตั้งแคมเปญให้ระบบหาเพียงคนที่ชอบคลิก แล้วคาดหวังว่าคลิกเหล่านั้นจะกลายเป็นแชทคุณภาพเองครับ
2. ลูกค้ากดปุ่มแล้วเข้าสู่ Messenger
หลังคลิก ลูกค้าจะพบข้อความต้อนรับและตัวเลือกที่ร้านเตรียมไว้ เช่น “เช็กไซซ์”, “ถามวันจัดส่ง” หรือ “ขอรายละเอียดแพ็กเกจ” จุดนี้ควรต่อเนื่องจากสิ่งที่โฆษณาสัญญาไว้ หากโฆษณาพูดเรื่องเช็กสต็อก แต่หน้าแชทเปิดด้วยข้อความทั่วไป ลูกค้าจะต้องเริ่มคิดใหม่และอาจหยุดอยู่ตรงนั้น
3. ลูกค้าเริ่มบทสนทนา แล้วร้านรับช่วง
การกดเปิดหน้าต่างแชทยังไม่เท่ากับการคุยที่มีคุณภาพ ร้านต้องดูว่าลูกค้าส่งข้อความหรือเลือกคำถามเริ่มต้นจริงหรือไม่ จากนั้นแอดมินจึงตอบ คัดกรอง แนะนำสินค้า และบันทึกผลการสนทนา
4. ผลหลังแชทถูกนำกลับไปใช้วัดคุณภาพ
ถ้าร้านวัดเพียงจำนวนข้อความ จะรู้แค่ว่าโฆษณาพาคนมาคุยได้กี่คน แต่ยังไม่รู้ว่าคนเหล่านั้นซื้อหรือไม่ อย่างน้อยควรบันทึกว่ามีกี่แชทที่ตรงกลุ่ม กี่แชทได้รับใบเสนอราคา และกี่แชทปิดการขายได้ สำหรับบัญชีที่มีสิทธิ์ใช้การเพิ่มประสิทธิภาพเพื่อยอดซื้อผ่าน Messenger Meta ระบุว่าต้องส่งเหตุการณ์การซื้อกลับเข้าสู่ระบบก่อน จึงควรตรวจคุณสมบัติในบัญชีจริงครับ
วิธีตั้งค่า Click to Messenger ใน Ads Manager แบบไม่หลงชื่อเมนู
Meta ปรับหน้าจอและตัวเลือกเป็นระยะ บางบัญชีเห็นเมนูไม่เหมือนกัน วิธีที่ทนต่อการเปลี่ยนหน้าจอที่สุดคือคิดจากผลลัพธ์ที่ต้องการ แล้วตรวจสามชั้นต่อไปนี้ครับ
ขั้นที่ 1: เลือกวัตถุประสงค์จากปลายทางธุรกิจ
Meta ระบุว่าสามารถสร้างโฆษณาที่คลิกไป Messenger ภายใต้วัตถุประสงค์หลายแบบ เช่น การมีส่วนร่วม ยอดขาย หรือลูกค้าเป้าหมาย ตัวเลือกที่เหมาะขึ้นกับสิ่งที่ร้านต้องการ
- ต้องการเริ่มการสนทนาเพื่อให้แอดมินคุยต่อ: มองหาการตั้งค่าที่เพิ่มจำนวนการสนทนา
- ต้องการเก็บและคัดกรองลูกค้าเป้าหมาย: ใช้วัตถุประสงค์ลูกค้าเป้าหมายและรูปแบบคำถามในแชท
- ต้องการให้ระบบมุ่งหาการซื้อผ่าน Messenger: ตรวจว่าบัญชีมีสิทธิ์ใช้เป้าหมายยอดซื้อผ่านการรับส่งข้อความและส่งเหตุการณ์การซื้อครบหรือยัง
ขั้นที่ 2: เลือกแอปรับส่งข้อความเป็นตำแหน่งการเปลี่ยนเป็นลูกค้า
ในระดับชุดโฆษณา ให้มองหาตัวเลือกที่เกี่ยวกับ Messaging apps หรือแอปรับส่งข้อความ แล้วเลือก Messenger หากต้องการทำ Click to Messenger โดยเฉพาะ ถ้าเลือกหลายแอป ระบบอาจส่งคนไปยัง Instagram Direct หรือ WhatsApp ตามโอกาสเกิดผลลัพธ์ แบบนั้นยังเป็น click to message แต่ไม่ใช่ Messenger เพียงช่องทางเดียวครับ
ขั้นที่ 3: เลือกเป้าหมายประสิทธิภาพให้ตรงกับสิ่งที่จะวัด
ถ้าต้องการบทสนทนา ให้เลือกตัวเลือกที่มุ่งเพิ่มจำนวนการสนทนา หากบัญชีรองรับการซื้อผ่านการรับส่งข้อความและมีข้อมูลเพียงพอ จึงค่อยพิจารณาเป้าหมายยอดซื้อ
อย่าเลือกตามคำที่ดูใกล้เคียงอย่างเดียว ก่อนเผยแพร่แคมเปญให้ย้อนตรวจว่า “ระบบกำลังหาอะไรให้เรา” เพราะวัตถุประสงค์เหมือนกันอาจมีเป้าหมายประสิทธิภาพต่างกันได้
ขั้นที่ 4: กำหนดงบ กลุ่มเป้าหมาย และตำแหน่งโฆษณา
ตั้งงบจากจำนวนบทสนทนาที่ธุรกิจรับมือได้และเงินทดสอบที่ยอมเสียได้ ไม่จำเป็นต้องยึดตัวเลขรายวันเดียวกันทุกธุรกิจ ช่วงเริ่มต้นควรหลีกเลี่ยงการแก้หลายอย่างพร้อมกัน เพื่อให้พอแยกได้ว่าผลเปลี่ยนเพราะภาพ ข้อความ กลุ่มเป้าหมาย หรืองบ
Meta แนะนำ Advantage+ placements ในหลายกรณีเพื่อให้ระบบกระจายโฆษณาไปยังตำแหน่งที่มีโอกาสสร้างผลลัพธ์ แต่ตำแหน่งที่ใช้ได้จริงขึ้นกับวัตถุประสงค์และรูปแบบโฆษณา ตรวจตัวอย่างก่อนกดเผยแพร่ทุกครั้งครับ
ขั้นที่ 5: สร้างโฆษณาและหน้าเริ่มบทสนทนาให้ต่อกัน
โฆษณาควรบอกเหตุผลที่ลูกค้าต้องทัก เช่น “ส่งรูปพื้นที่มาให้ประเมิน”, “บอกส่วนสูงเพื่อช่วยเลือกไซซ์” หรือ “เช็กคิวว่างในแชท” จากนั้นข้อความต้อนรับต้องรับช่วงประโยคนั้นทันที
หากใช้คำถามอัตโนมัติสำหรับเก็บลูกค้าเป้าหมาย Meta แนะนำให้เริ่มจากคำถามตอบง่าย วางคำถามละเอียดอ่อนไว้ทีหลัง และบอกขั้นตอนถัดไปให้ชัดว่าใครจะติดต่อกลับ ผ่านช่องทางไหน และเมื่อไรครับ
เขียนข้อความต้อนรับและคำถามเริ่มต้นอย่างไรให้คนตอบต่อ?
ข้อความต้อนรับที่ดีทำหน้าที่สามอย่าง: ยืนยันว่าลูกค้ามาถูกที่ ลดภาระในการคิดคำถาม และบอกว่าร้านจะช่วยอะไรต่อ
ตัวอย่างที่กว้างเกินไป:
สวัสดีครับ สนใจสอบถามได้เลย
ลูกค้ายังต้องคิดเองว่าจะเริ่มตรงไหน ลองเปลี่ยนเป็น:
สวัสดีครับ ส่งชื่อรุ่นกับไซซ์ที่มองหาไว้ได้เลย เดี๋ยวเช็กสต็อกและวันส่งให้ครับ
แล้ววางคำถามเริ่มต้นที่ตรงกับเหตุผลหลักของการทัก เช่น
- เช็กไซซ์และสต็อก
- ขอราคาพร้อมค่าส่ง
- ถามเรื่องเปลี่ยนสินค้า
ไม่ควรใส่ปุ่มจำนวนมากเพียงเพราะระบบรองรับ เลือกคำถามที่ลูกค้าใช้จริงและแอดมินตอบต่อได้ทันที หากทุกปุ่มพาไปคำตอบยาวหรือให้ลูกค้ากรอกข้อมูลหลายชั้น จุดเด่นเรื่องความง่ายจะหายไปครับ
สำหรับธุรกิจบริการ คำถามคัดกรองควรเริ่มจากข้อมูลที่ไม่ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าถูกสอบ เช่น ประเภทงานหรือพื้นที่บริการ ก่อนถามงบประมาณและข้อมูลติดต่อ พร้อมอธิบายว่าข้อมูลนั้นใช้เพื่ออะไร
วัดผล Click to Messenger อย่างไรให้รู้ว่าคุ้มจริง?
เริ่มจากแยกตัวเลขออกเป็นสามชั้น จะช่วยให้เห็นว่าปัญหาอยู่ที่โฆษณาหรือการขายในแชท
ชั้นที่ 1: โฆษณาพาคนเริ่มคุยได้หรือไม่
ดูจำนวนผลลัพธ์ที่เกี่ยวกับการสนทนาและราคาต่อแชทตามคอลัมน์ที่บัญชีแสดง พร้อมตรวจจำนวนเงินที่ใช้ไป การเห็นโฆษณา และการคลิกประกอบ ชื่อเมตริกอาจเปลี่ยนตามวัตถุประสงค์ จึงควรดูคำอธิบายคอลัมน์ใน Ads Manager ด้วยครับ
ชั้นที่ 2: แชทที่เข้ามาตรงกลุ่มหรือไม่
กำหนดนิยาม “แชทคุณภาพ” ให้ทีมใช้เหมือนกัน เช่น ลูกค้ามีความต้องการตรงกับบริการ อยู่ในพื้นที่ให้บริการ และมีกรอบเวลาซื้อชัด แล้วนับอัตราแชทคุณภาพจากบทสนทนาทั้งหมด
ชั้นที่ 3: แชทเปลี่ยนเป็นยอดขายและกำไรหรือไม่
บันทึกจำนวนออเดอร์จากแชท อัตราปิดการขาย มูลค่าคำสั่งซื้อ และกำไรขั้นต้นหลังต้นทุนสินค้า จากนั้นหักค่าโฆษณา จึงจะเห็นว่าแคมเปญสร้างเงินเหลือจริงเท่าไร
ตัวอย่างสมมติเพื่ออธิบายวิธีคิด:
- ใช้ค่าโฆษณา 300 บาท
- ได้ 12 บทสนทนา ราคาต่อแชทเท่ากับ 25 บาท
- ปิดการขายได้ 3 ออเดอร์ อัตราปิดการขายเท่ากับ 25%
- แต่ละออเดอร์มีกำไรขั้นต้นก่อนหักค่าโฆษณา 180 บาท รวม 540 บาท
- เมื่อหักค่าโฆษณา 300 บาท เหลือ 240 บาทก่อนค่าใช้จ่ายดำเนินงานอื่น
ตัวเลขนี้เป็นสถานการณ์จำลอง ไม่ใช่ค่ามาตรฐานของ Meta หรือเกณฑ์ว่าทุกร้านควรได้เท่าไร ประโยชน์ของตัวอย่างอยู่ที่การเชื่อมราคาต่อแชทเข้ากับอัตราปิดการขายและกำไรครับ
ยิงแล้วได้แชทเยอะแต่ขายไม่ได้ ควรแก้ตรงไหนก่อน?
อย่ารีบสรุปว่ากลุ่มเป้าหมายผิดจากราคาต่อแชทเพียงตัวเดียว ไล่ดูจุดรั่วตามลำดับนี้ครับ
คนกดโฆษณาแต่ไม่เริ่มคุย
ตรวจความต่อเนื่องระหว่างคำโฆษณากับข้อความต้อนรับ ปุ่มเรียกร้องให้ดำเนินการควรสื่อชัดว่ากดแล้วจะเกิดอะไร หน้าเริ่มแชทควรมีคำถามที่ตอบง่าย ไม่ปล่อยให้ลูกค้าเจอช่องว่างแล้วต้องแต่งประโยคเอง
แชทเข้ามาแต่ไม่ตรงกลุ่ม
อ่านบทสนทนาจริงอย่างน้อยเป็นชุด แล้วหาสาเหตุร่วม อาจเกิดจากโฆษณาไม่บอกราคา ใช้คำชวนที่ดึงคนต้องการของฟรี หรือเนื้อหาให้ความคาดหวังคนละแบบกับสิ่งที่ขาย การใส่เงื่อนไขสำคัญในโฆษณาช่วยกรองได้ แม้จำนวนแชทจะลดลงครับ
ลูกค้าตรงกลุ่มแต่หายระหว่างคุย
ดูเวลาตอบ คำตอบแรก และจำนวนรอบที่ลูกค้าต้องรอข้อมูล ถ้าแอดมินต้องถามทีมอื่นทุกครั้งก่อนแจ้งราคา ควรทำชีตข้อมูลหรือคำตอบมาตรฐานให้พร้อม จุดนี้เป็นปัญหากระบวนการขายมากกว่าปัญหาการยิงโฆษณา
ปิดการขายได้แต่กำไรไม่เหลือ
ย้อนดูส่วนลด ค่าส่ง ต้นทุนสินค้า และเวลาของแอดมิน แคมเปญอาจมีราคาต่อแชทต่ำและอัตราปิดการขายดี แต่ไม่คุ้มเมื่อสินค้ามีกำไรต่อออเดอร์น้อย การตัดสินใจเพิ่มงบต้องอิงกำไรหลังค่าโฆษณา ไม่ใช่จำนวนบทสนทนาอย่างเดียวครับ
เช็กลิสต์ก่อนเผยแพร่แคมเปญ
- วัตถุประสงค์ตรงกับผลลัพธ์ที่ธุรกิจต้องการ
- ตำแหน่งการเปลี่ยนเป็นลูกค้าเลือกแอปรับส่งข้อความ และปลายทางเป็น Messenger
- เป้าหมายประสิทธิภาพมุ่งการสนทนาหรือยอดซื้อตามข้อมูลที่บัญชีรองรับ
- ข้อความโฆษณาบอกชัดว่าทักมาแล้วลูกค้าจะได้อะไร
- ข้อความต้อนรับต่อเนื่องจากโฆษณา
- คำถามเริ่มต้นตอบง่ายและช่วยแอดมินรับช่วง
- มีคนรับผิดชอบตอบแชทและรู้ช่วงเวลาที่ต้องเฝ้า
- ทีมกำหนดนิยามแชทคุณภาพและวิธีบันทึกยอดขายแล้ว
- ตรวจตัวอย่างโฆษณาในทุกตำแหน่งที่เปิดใช้
- ไม่มีข้อความสัญญาผลลัพธ์เกินจริงหรือข้อมูลสำคัญที่ทำให้ลูกค้าเข้าใจผิด
สรุป: เริ่มจากเส้นทางการขาย ไม่ใช่เริ่มจากปุ่มใน Ads Manager
Click to Messenger เหมาะเมื่อบทสนทนาเป็นส่วนสำคัญของการตัดสินใจซื้อ โฆษณาช่วยพาคนเข้าสู่ Messenger ได้เร็วขึ้น ส่วนคุณภาพของผลลัพธ์ยังขึ้นกับสิ่งที่โฆษณาสัญญา หน้าเริ่มแชท ความพร้อมของแอดมิน และวิธีวัดยอดขายหลังบทสนทนา
ก่อนเพิ่มงบ ลองเปิดบทสนทนาจริงมาดูว่าแชทหลุดตรงไหน คนไม่เริ่มตอบ เข้ามาผิดกลุ่ม รอแอดมินนาน หรือคุยแล้วไม่เหลือกำไร การแก้ถูกจุดหนึ่งครั้งมีค่ากว่าการเปลี่ยนหลายค่าใน Ads Manager พร้อมกันครับ
ถ้ากำลังตั้งแคมเปญแชทครั้งแรก หรือเจอแชทเข้ามาเยอะแต่ยังหาสาเหตุไม่ได้ เข้ามาแชร์หน้าจอแบบปิดข้อมูลลูกค้าและถามคนทำโฆษณาคนอื่นใน กลุ่ม Facebook Statlix ได้ครับ
คำถามที่พบบ่อย
Click to Messenger กับแอดทักแชทเหมือนกันไหม?
ใกล้เคียงกันครับ Click to Messenger ระบุชัดว่าปลายทางคือ Messenger ส่วนแอดทักแชทเป็นคำเรียกรวมที่อาจพาคนไป Messenger, Instagram Direct หรือ WhatsApp ควรตรวจปลายทางในระดับชุดโฆษณาให้ตรงกับกล่องข้อความที่ทีมดูแล
ต้องมีเว็บไซต์ก่อนหรือไม่?
ไม่จำเป็นสำหรับการพาคนเริ่มบทสนทนาใน Messenger แต่ร้านยังต้องมีเพจและสิทธิ์ที่เกี่ยวข้องกับบัญชีโฆษณา รวมถึงช่องทางให้ลูกค้าชำระเงินหรือรับบริการหลังคุยเสร็จครับ
ควรเลือกวัตถุประสงค์การมีส่วนร่วม ลูกค้าเป้าหมาย หรือยอดขาย?
เลือกจากผลลัพธ์ปลายทางครับ ถ้าต้องการเริ่มบทสนทนาเพื่อให้แอดมินรับช่วง ให้มองหาการเพิ่มจำนวนการสนทนา ถ้าต้องการถามข้อมูลและคัดกรอง ใช้วัตถุประสงค์ลูกค้าเป้าหมาย ส่วนการมุ่งยอดซื้อผ่าน Messenger ต้องตรวจสิทธิ์และการส่งเหตุการณ์การซื้อในบัญชีจริง
ทำไมจำนวนคลิกสูงแต่บทสนทนาน้อย?
การคลิกอาจหมายถึงลูกค้าเปิดปลายทาง แต่ยังไม่ได้ส่งข้อความ ตรวจข้อความต้อนรับ คำถามเริ่มต้น ความต่อเนื่องกับโฆษณา และคอลัมน์ผลลัพธ์ที่กำลังดู อย่าใช้จำนวนคลิกแทนจำนวนบทสนทนาครับ
ราคาต่อแชทเท่าไรถึงเรียกว่าดี?
ไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ได้ทุกธุรกิจ ราคาต่อแชทที่สูงกว่าอาจคุ้มกว่า หากคนที่เข้ามาตรงกลุ่มและปิดการขายได้ดี ให้ตัดสินจากกำไรต่อออเดอร์ อัตราปิดการขาย และค่าใช้จ่ายหลังแชทประกอบ
เลือก Messenger หลายปลายทางพร้อม Instagram Direct ได้ไหม?
Meta รองรับการเลือกแอปรับส่งข้อความเดียวหรือหลายแอปในบางรูปแบบ หากเลือกหลายปลายทาง ระบบอาจส่งลูกค้าไปยังแอปที่มีแนวโน้มเกิดการสนทนา แต่ทีมต้องพร้อมตอบทุกกล่องข้อความและแยกผลตามช่องทางให้ได้ครับ

